ผู้ออนไลน์ขณะนี้

We have 40 guests and no members online

เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๖ ได้มีการก่อตั้ง สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม ขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เหล่าทหารและประชาชนที่เจ็บป่วย  พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุนทรัพย์ประเดิม ๘๐,๐๐๐ บาท  สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้พระราชทานเงิน ๔๘,๐๐๐ บาท  นับเป็นจำนวนรองลงมา  นอกจากนั้น เจ้านายสตรีหลายพระองค์ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย  
                        สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ   ทรงเป็นสภานายิกา ส่วนสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงรับหน้าที่เป็นสภาชนนี ทรงใส่พระทัยดูแลการดำเนินงานขององค์กรการกุศลนี้ ร่วมกับเจ้านายสตรีบางองค์ และะภริยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางท่าน 
                        ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๔๙ หลังการร่วมลงนามในสัญญาเจนีวา องค์กรการกุศลนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สภากาชาดสยาม    ใน พ.ศ. ๒๔๖๔ ได้เข้าเป็นสมาชิกของสันนิบาตกาชาดสากล และเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ เสมอ   เมื่อสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. ๒๔๖๓ แล้ว สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้ทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสภานายิกา ตราบจนเสด็จสู่สวรรคาลัยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นเวลายาวนาน ๓๕ ปี  ในระหว่างนี้ (๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๒) องค์กรการกุศลนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สภากาชาดไทย
                        ตลอดเวลาที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกา ได้พระราชทานพระราชทรัพย์แก่องค์กรนี้อยู่เสมอเพื่อเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงาน  ทรงมุ่งมั่นยิ่งในการทรงงานมาถึงปลายพระชนม์ชีพ เช่น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ  เป็นประธานในงานกาชาดประจำปี  และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
                        สภากาชาดไทยได้เจริญก้าวหน้าต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ มีบทบาทที่ทรงพลวัตยิ่งด้านการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย การสังคมสงเคราะห์ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ผ่านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา  สถานีกาชาดอีกหลายแห่งที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ  และอาสาสมัครที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค                 
                        ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในสังกัดสภากาชาดไทย เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีความก้าวหน้าทันสมัยยิ่ง รวมทั้งเป็นที่ศึกษาฝึกปฏิบัติด้านการแพทย์ของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ส่วนโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ก็เป็นโรงพยาบาลสำคัญในอำเภอศรีราชา  ที่ได้พัฒนาจากชุมชนประมงและเกษตรกรรม มาเป็นอำเภอที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ  เป็นศูนย์กลางการผลิตในอุตสาหกรรมหลายด้านในปัจจุบัน  
                        เมื่อสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จสวรรคตแล้ว  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสภานายิกาสภากาชาดไทย และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นอุปนายิกา ที่ได้ทรงดำเนินงานมากมายทั้งด้านการรักษาพยาบาล การสังคมสงเคราะห์ การช่วยเหลือผู้คนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ด้วยอุดมการณ์มนุษยธรรม และการให้โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่มีเรื่องพรมแดนมากีดขวางหรือเป็นอุปสรรค    
  โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา  ช่วง พ.ศ. ๒๔๔๒ - ๒๔๔๘ ที่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรม ณ พระตำหนักใกล้ริมฝั่งทะเล ที่ตำบลศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อฟื้นฟูพระสุขภาพนั้น  ชาวบ้านยังขาดแคลนบริการด้านการแพทย์  ใน พ.ศ. ๒๔๔๔ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ได้ทรงเริ่มสร้างสถานพยาบาลเล็กๆ มีลักษณะเป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น หลังคามุงจาก มีเพียง ๑ หลัง แล้วขยายเพิ่มเรียงรายเป็นเรือนหมู่รวม ๔ หลัง ตั้งอยู่ในน้ำริมชายฝั่งทะเล ห่างจากพระตำหนักที่ประทับไม่มาก สถานพยาบาลนี้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๕  
ที่น่าสนใจยิ่งก็คือ ความสนพระทัยการแพทย์แผนใหม่ผสานกับพระเมตตาคุณ  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘  แพทย์ประจำโรงพยาบาลกราบบังคมทูลว่าจีนฮะ ชาวบ้านแถบนั้น ป่วยเป็นมะเร็งที่เข่าต้องตัดขาข้างหนึ่ง  ได้ขอพระราชทานเงินสั่งซื้อขาเทียมจากประเทศญี่ปุ่น ก็ได้พระราชทานเงินจำนวนมากให้สั่งซื้อขาเทียมนำมาใช้กับผู้พิการรายนี้  ทั้งที่เป็นผู้ป่วยที่ไม่ทรงรู้จัก และขาเทียมนั้นมีราคาแพงเท่ากับครึ่งหนึ่งของค่าก่อสร้างตึกหลังเล็ก ๆ ในโรงพยาบาลทีเดียว
                        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า โรงพยาบาลสมเด็จ  ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๕๑ ได้ย้ายโรงพยาบาลจากที่ตั้งในน้ำริมชายฝั่งเข้ามาอยู่บนบก  การเดินทางมาโรงพยาบาลนี้ไม่สะดวกนัก   ในช่วงระยะหนึ่งจึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ใช้เกวียนเป็นพาหนะบรรทุกยาและอุปกรณ์การแพทย์ ไปให้การตรวจรักษาแก่ผู้ป่วยในหมู่บ้านห่างไกล  นับเป็นจุดเริ่มต้นของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในสังคมไทย 
                        ต่อมา ใน พ.ศ. ๒๕๑๒ พระราชสุณิสาก็ได้ทรงตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ เสริมงานของรัฐบาลในด้านนี้ ณ พื้นที่กันดารห่างไกล   มีนามว่า หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จ
พระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้ชื่อย่อว่า พอ.สว.  หน่วยแพทย์อาสานี้ได้ขยายตัวเจริญก้าวหน้า ในปัจจุบันส่วนใหญ่เดินทางโดยรถยนต์ เพราะภูมิภาคต่างๆ มีถนนหนทางเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนั้นมีหน่วยแพทย์อาสาทางวิทยุ และได้เข้าร่วมในโครงการสาธารณสุขทางไกลของรัฐ (Telehealth) ด้วย                   
                        ตั้งแต่แรกเริ่ม สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โรงพยาบาลศิริราชรับผิดชอบกำกับดูแลโรงพยาบาลสมเด็จ   ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้โอนโรงพยาบาลนี้ทั้งที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งปวงให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสภากาชาดสยาม นอกจากนั้นยังพระราชทานเงินอีก ๔๕,๔๐๐ บาท เป็นทุนทรัพย์ให้โรงพยาบาลได้เก็บดอกผลไปใช้ในงานต่างๆ 
                        ด้วยพระกรุณาธิคุณและความใส่พระทัยยิ่ง โรงพยาบาลสมเด็จได้พัฒนามากหรือน้อยตามสภาพการณ์ในแต่ละช่วงสมัย  พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างต่อเนื่อง ปีละอย่างน้อยประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท บางปีเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท บางครั้งถ้าจำเป็นก็สูงถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อให้โรงพยาบาลนี้ดำรงอยู่และดำเนินงานต่อไปได้ ดังลายพระราชหัตถ์เมื่อปลาย พ.ศ. ๒๔๗๐ ที่มีไปถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนครสวรค์วรพินิต อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม พูดถึงปัญหาของโรงพยาบาลสมเด็จ ที่กำลังจะโอนไปให้สภากาชาดสยาม  มีความตอนหนึ่งว่า 
                        
                                ...ไหนๆ ก็ได้สร้างมาแล้ว ไม่อยากจะให้ชำรุดทรุดโทรม ยินดีจะบำรุง
                                      อยู่เสมอ  เพื่อให้ถาวรสืบไป ถึงแม้ว่าจะสิ้นเงินตั้งหมื่นๆ ก็เต็มใจให้ 
                                ไม่มีความประสงค์ที่จะให้ใช้ในเงินทุนเดิมที่มีอยู่สำหรับโรงพยาบาล 
                                ในเวลายังมีชีวิตอยู่...
                        
                        โรงพยาบาลสมเด็จ หรือ ที่มีนามอย่างเป็นทางการในทุกวันนี้ว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา (เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒) นั้น  ปัจจุบันได้เจริญก้าวหน้าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยจำนวนมากในอำเภอศรีราชา และพื้นที่ใกล้เคียงรวมทั้งได้จัดหน่วยแพทย์ไปให้การรักษาพยาบาลแก่บุคลากรในสวนอุตสาหกรรม ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่อำเภอศรีราชา  สวนอุตสาหกรรมนี้ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล 
                        ในอนาคตอันใกล้ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จะเป็นที่ฝึกปฏิบัติด้านการแพทย์ของนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่กำลังจะก่อตั้งขึ้น เพื่อให้มีแพทย์เพียงพอแก่ภูมิภาคชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย นับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕ - ๒๕๒๙) เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งจะเป็นแหล่งศึกษาของแพทย์เฉพาะทางหลายสาขาวิชาด้วย                 
                        จากจุดแรกเริ่มของการก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ ณ เรือนไม้ขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ในน้ำริมชายฝั่งทะเล  โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้ดำรงคงอยู่มา ๑๐๐ กว่าปีแล้ว ได้ขยายตัวเจริญก้าวหน้า และให้บริการด้านการแพทย์ การสาธารณสุข แก่ประชาชน บนหลักการแห่งมนุษยธรรม การทั้งปวงดำเนินไปได้ และก่อผลดีแก่ส่วนรวม
Bookmark and Share